นายดอนเดช กลางประพันธ์
นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเป้า
แผ่นปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
 
ส่วนที่ 1
 
บทนำ
 
1.  การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการ บ่งชี้ความเสี่ยงของการทุจริตที่มีอยู่ในองค์กรโดยการประเมินโอกาสของการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนบุคคล หรือหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทําทุจริต เพื่อพิจารณาว่าการควบคุมและการป้องกันการทุจริตที่มีอยู่ ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่
การทุจริตในระดับท้องถิ่น พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของการทุจริตในระดับท้องถิ่น ได้แก่ การกระจายอํานาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าโดยหลักการแล้วการกระจายอํานาจมีวัตถุประสงค์ สําคัญเพื่อให้บริการต่าง ๆ ของรัฐสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติทําให้แนวโน้มของการทุจริตในท้องถิ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน
ลักษณะการทุจริตในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จําแนกเป็น 7 ประเภท ดังนี้
1) การทุจริตด้านงบประมาณ การทําบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง และการเงินการคลัง ส่วนใหญ่เกิดจาก การละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2) สภาพหรือปัญหาที่เกิดจากตัวบุคคล
3) สภาพการทุจริตอันเกิดจากช่องว่างของกฎระเบียบและกฎหมาย
4) สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจและขาดคุณธรรมจริยธรรม
5) สภาพหรือลักษณะปัญหาที่เกิดจากการขาดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
6) สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการตรวจสอบขาดความหลากหลายในการตรวจสอบ จากภาคส่วนต่างๆ
7) สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากอํานาจ บารมี และอิทธิพลท้องถิ่น
สาเหตุและปัจจัยที่นําไปสู่การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสรุปเป็นประเด็นได้ ดังนี้
1) โอกาส แม้ว่าในปัจจุบันมีหน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแต่พบว่า ยังคงมีช่องว่างที่ทําให้เกิดโอกาสของการทุจริต ซึ่งโอกาสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการบังคับใช้ กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง กฎหมาย กฎระเบียบไม่รัดกุม และอํานาจหน้าที่โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงก็เป็นอีก โอกาสหนึ่งที่ทําให้เกิดการทุจริต
2) สิ่งจูงใจ เป็นที่ยอมรับว่าสภาวะทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเรื่องของวัตถุนิยม สังคมทุนนิยม ทําให้คน ในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การสร้างความร่ำรวย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มที่จะทําพฤติกรรมการทุจริตมากยิ่งขึ้น
3) การขาดกลไกในการตรวจสอบความโปร่งใส การทุจริตในปัจจุบันมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการทุจริตในเชิงนโยบายที่ทําให้การทุจริตกลายเป็นความชอบธรรมในสายตาของประชาชน ขาด กลไกการตรวจสอบความโปร่งใสที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเข้าไปตรวจสอบการทุจริตของ บุคคลเหล่านี้
4) การผูกขาด ในบางกรณีการดําเนินงานของภาครัฐ ได้แก่ การจัดซื้อ-จัดจ้าง เป็นเรื่องของการ ผูกขาด ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องเป็นห่วงโซ่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ในบางครั้งพบบริษัทมีการให้สินบนแกเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเองได้รับสิทธิในการดําเนินงานโครงการของภาครัฐ รูปแบบของการผูกขาด ได้แก่ การ ผูกขาดในโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ
5) การได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ความยากจนถือเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทําให้ข้าราชการมีพฤติกรรมการทุจริต เพราะความต้องการที่จะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทําให้เจ้าหน้าที่ ต้องแสวงหาช่องทางเพื่อเพิ่ม “รายได้พิเศษ” ให้กับตนเองและครอบครัว
6) การขาดจริยธรรม คุณธรรม ในสมัยโบราณ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมที่ได้รับการเน้นเป็น พิเศษถือว่าเป็นเครื่องวัดความดีของคน แต่ในปัจจุบัน พบว่า คนมีความละอายต่อบาปและเกรงกลัวบาป น้อยลง และมีความเห็นแก่ตัวมากยิ่งขึ้น มองแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งมากกว่าที่จะยึดผลประโยชน์ ส่วนรวม
7) มีค่านิยมที่ผิด ปัจจุบันค่านิยมของสังคมได้เปลี่ยนจากยกย่องคนดี คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็น ยกย่องคนที่มีเงิน คนที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีตําแหน่งหน้าที่การงานสูง ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีค่านิยมที่ผิด เห็นว่าการทุจริตเป็นวิถีชีวิตเป็นเรื่องปกติธรรมดา เห็นคนซื่อเป็นคนเซ่อ เห็นคนโกงเป็นคนฉลาด ย่อมจะทํา การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยไม่มีความละอายต่อบุญและบาป และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง
 
2. หลักการและเหตุผล 
ปัจจุบันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรง และสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ เป็นปัญหา ลําดับต้น ๆ ที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นทุกภาคส่วน ในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ภาคราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักถูกมองจาก ภายนอกสังคมว่าเป็นองค์กรที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันและมักจะปรากฏข่าวการทุจริตตามสื่อและรายงาน ของทางราชการอยู่เสมอ ซึ่งได้ส่งผลสะเทือนต่อกระแสการกระจายอํานาจและความศรัทธาต่อระบบการ ปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่ง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมีผลในเชิงลบ สอดคล้องกับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perception Index – CPI) ซึ่งเป็น เครื่องมือที่ใช้ประเมินการทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลกที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International – IT) พบว่า ผลคะแนนของประเทศไทยระหว่างปี 2555 – 2558 อยู่ที่ 35 - 38 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 100 โดยในปี 2558 อยู่อันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในประเทศ อาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย และล่าสุดพบว่าผลคะแนนของประเทศไทยปี 2559 ลดลง 3 คะแนน จากปี 2558 ได้ลําดับที่ 101 จาก 168 ประเทศ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีปัญหาการคอร์รัปชันอยู่ในระดับสูง
แม้ว่าในช่วงระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการป้องกัน การทุจริต ไม่ว่าจะเป็น การเป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United Nations Convention Against Corruption-UNCAC) พ.ศ. 2546 การจัดตั้งองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดทํายุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาแล้ว 3 ฉบับ แต่ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยไม่ได้มีแนวโน้ม     ที่ลดน้อยถอยลง สาเหตุที่ทําให้การทุจริตเป็นปัญหาที่สําคัญของสังคมไทยประกอบด้วยปัจจัยทางด้านพื้นฐาน โครงสร้างสังคม ซึ่งเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์แนวดิ่ง (Vertical Relation) หรืออีกนัยหนึ่งคือ พื้นฐานของสังคมอุปถัมภ์ที่ทําให้สังคมไทยยึดติดกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในหมู่ญาติพี่น้องและ พวกพ้อง ยึดติดกับกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม ติดความสบาย ยกย่องคนที่มีเงินและมีอํานาจ คนไทยบางส่วน มองว่าการทุจริตคอรัปชันเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่อดีต หรือกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมและวัฒนธรรมไทยไปแล้ว ผนวกกับปัจจัยทางด้านการทํางานที่ไม่ได้ บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน จึงส่งผลให้การทํางานของกลไกหรือความพยายามที่ได้กล่าวมา ข้างต้นไม่สามารถทําได้อย่างเต็มศักยภาพ ขาดความเข้มแข็ง
ปัจจุบันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ใช้อยู่เป็นฉบับที่ 3 เริ่มจากปี พ.ศ. 2560 จนถึงปี พ.ศ. 2564 ซึ่งมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม เป็นสังคมมิติใหม่ ที่ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนประชาชน ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีและ เกียรติภูมิในด้านความโปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยกําหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งการที่ระดับคะแนนจะ สูงขึ้นได้นั้น การบริหารงานภาครัฐต้องมีระดับธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องมี พฤติกรรมแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตประพฤติมิชอบ โดยได้กําหนด ยุทธศาสตร์การดําเนินงานหลักออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับเจตจํานงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต
ยุทธศาสตร์ที่ 3 สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย
ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก
ยุทธศาสตร์ที่ 5 ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต
ยุทธศาสตร์ที่ 6 ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index : CPI)
ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังเกิดผลเป็น รูปธรรมในทางปฏิบัติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะ ที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้ตระหนักและให้ความสําคัญกับการบริหาร จัดการที่มีความโปร่งใส สร้างค่านิยม วัฒนธรรมสุจริตให้เกิดในสังคมอย่างยั่งยืนจึงได้ดําเนินการจัดทํา แผนปฏิบัติการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ด้านการป้องกันการทุจริต (พ.ศ. 2559-2561) เพื่อกําหนดแนวทางการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตผ่านโครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อันจะนําไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และ เป้าหมายของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างแท้จริง
 
3. วัตถุประสงค์ของการจัดทําแผน 
1) เพื่อยกระดับเจตจํานงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น
2) เพื่อยกระดับจิตสํานึกรับผิดชอบในผลประโยชน์ของสาธารณะของข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงประชาชนในท้องถิ่น
3) เพื่อให้การบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
(Good Governance)
4) เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม (people's participation) และตรวจสอบ (People's audit)
ของภาคประชาชนในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5) เพื่อพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
4. เป้าหมาย
1) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึง
ประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่
ประชาชนท้องถิ่น ปราศจากการก่อให้เกิดข้อสงสัยในการประพฤติปฏิบัติตามมาตรการจริยธรรม การขัดกันแห่งผลประโยชน์และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
2) เครื่องมือ/มาตรการการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ
3) โครงการ/กิจกรรม/มาตรการที่สนับสนุนให้สาธารณะและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการปฏิบัติหรือบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4) กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งในการตรวจสอบ ควบคุมและถ่วงดุลการใช้อำนาจอย่างเหมาะสม
5) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน
 
5. ประโยชน์ของการจัดทำแผน
1) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึง
ประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกรักท้องถิ่นของตนเอง อันจะนำมาซึ่งการสร้างค่านิยม และอุดมการณ์ในการ
ต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption) จากการปลูกฝังหลักคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล รวมถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน
2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารราชการเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี(Good Governance) มีความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้
3) ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ร่วมคิดร่วมทำร่วมตัดสินใจรวมถึงร่วมตรวจสอบในฐานะพลเมือง            ที่มีจิตสำนึกรักท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต
4) สามารถพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต
5) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวทางการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำ
การทุจริตและประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ด้านการป้องกันการทุจริต อันจะส่งผลให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจและให้ความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังการทุจริตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน
ส่วนที่  ๒
โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ และจำนวนงบประมาณที่ดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 25๖๑ – 25๖๔) 
โดยแยกตามมิติ ๔ มิติ ดังนี้
มิติที่ 1. การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต

ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
๑.๑ การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่บุคลากรทั้งข้าราชการการเมืองฝ่ายบริหารข้าราชการการเมืองฝ่ายสภาท้องถิ่น และฝ่ายประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1.1.1 สร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนในท้องถิ่น
    ๑) โครงการความรู้คู่คุณธรรม
    ๒) โครงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการป้องกันการทุจริต
    ๓) โครงการบริหารงาน
ตามหลักธรรมาภิบาล
 
1.1.2 สร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการประพฤติตามประมวลจริยธรรม
    ๑) มาตรการ “ส่งเสริม
การปฏิบัติงานตามประมวล
จริยธรรมขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น”
    ๒) มาตรการ
“เสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน
การต่อต้านการทุจริต”
 
1.1.3 สร้างจิตสำนึกและความตระหนักที่จะไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือการมีผลประโยชน์ทับซ้อน
   ๑) กิจกรรมให้ความรู้
เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน
ให้กับบุคลากรขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น
    2) มาตรการ “จัดทำ
คู่มือการป้องกันผลประโยชน์
ทับซ้อน”
 
 
 
 
 
10,000
 
๑๐,๐๐๐
 
 
๑๐,๐๐๐
 
 
 
 
 
-
 
 
 
-
 
 
 
 
 
 
 
-
 
 
 
-
 
 
 
 
 
 
     
มิติที่ 1. การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต(ต่อ)
ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
1.2 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่
ประชาชนทุกภาคส่วน ในท้องถิ่น
๑) โครงการจังหวัดสะอาด “ชุมชนน่าอยู่”
๒) ส่งเสริมสภาองค์กรชุมชน
๓) โครงการสร้างทัศนคติและจิตสำนึกทึ่ดีในการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์
๔) อบรมอาสาสมัครรักษาสิ่งแวดล้อมและพิทักษ์ป่า
๕) โครงการปลูกป่าชุมชน
๖) โครงการกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะ
๗) โครงการส่งเสริมกิจกรรมวิปัสนากรรมฐาน
๑๐๐,๐๐๐
 
๑๐,๐๐๐
๑๐,๐๐๐
 
 
๓๐,๐๐๐
 
๓๐,๐๐๐
๑๐,๐๐๐
 
๕๐,๐๐๐
       
1.3 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่เด็กและเยาวชน ๑) โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
๒) โครงการส่งเสริมวันเด็กแห่งชาติ
๓) โครงการส่งเสริมสภาเด็กและเยาวชนตำบลบ้านเป้า
๔) โครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชน
๓๐,๐๐๐
 
๓๐,๐๐๐
 
๒๐,๐๐๐
 
๒๐,๐๐๐
       
มิติที่  ๑  รวม จำนวน    ๑๘   โครงการ ๓๗๐,๐๐๐        
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มิติที่ 2. การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต

ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
2.1 แสดงเจตจำนง
ทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหาร
๑) กิจกรรมประกาศเจตจำนง
ต่อต้านการทุจริตของผู้บริหาร
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
         
2.2 มาตรการสร้างความโปร่งใสในการ
ปฏิบัติราชการ
2.2.1 สร้างความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม ทั้งในเรื่องการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง/เงินเดือน และมอบหมายงาน
    1) มาตรการการสร้าง
ความโปร่งใสในการบริหารงาน
บุคคล
    2) มาตรการออกคำสั่ง
มอบหมายของนายกองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัด
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และหัวหน้าส่วนราชการ
    3) กิจกรรม “สร้างความโปร่งใสในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน”
 
2.2.2 สร้างความโปร่งใสในการบริหารการเงิน งบประมาณ การจัดหาพัสดุ การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของทางราชการ โดยยึดถือและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
    1) กิจกรรม “ควบคุม
การเบิกจ่ายเงินตามข้อบัญญัติ
งบประมาณรายจ่ายประจำปี”
    2) กิจกรรม “การพัฒนาแผนและกระบวนการจัดหาพัสดุ”
    3) กิจกรรม “สร้าง
ความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงิน
งบประมาณ”
 
         
มิติที่ 2. การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต(-ต่อ-)
ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
      4) โครงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการจัดซื้อ –
จัดจ้าง
2.2.3 สร้างความโปร่งใสในการให้บริการสาธารณะ/บริการประชาชน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ประชาชนโดยทัดเทียมกันและโดยไม่เลือกปฏิบัติ
    1) กิจกรรมการจัดบริการสาธารณะและการบริการประชาชนเพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ประชาชนโดย
ทัดเทียมกันและไม่เลือกปฏิบัติ
    ๒) โครงการจ้างสำรวจ
ความพึงพอใจของผู้รับบริการ
    ๔) มาตรการ “ยกระดับ
คุณภาพการบริการประชาชน”
 
         
2.3 มาตรการการใช้
ดุลยพินิจและใช้
อำนาจหน้าที่
ให้เป็นไปตาม
หลักการบริหาร
กิจการบ้านเมืองที่ดี
2.3.1 มีการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับการบริการประชาชนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน เปิดเผย ณ ที่ทำการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    1) กิจกรรมการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
    2) โครงการลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ
 
2.3.2 มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการสั่ง อนุญาต อนุมัติ ปฏิบัติราชการแทนหรือการดำเนินการอื่นใดของผู้มีอำนาจในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
         
 
มิติที่ 2. การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต(-ต่อ-)

ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
งบประมาณ
(บาท)
      1) มาตรการการมอบ
อำนาจอนุมัติ อนุญาต สั่งการ
เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติ
ราชการ
    2) มาตรการมอบ
อำนาจของนายกองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น
    ๓) มาตรการการออก
คำสั่งมอบหมายของนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล
และหัวหน้าส่วนราชการ
         
2.4 การเชิดชูเกียรติ
แก่หน่วยงาน/บุคคล
ในการดำเนินกิจการ
การประพฤติปฏิบัติ
ตนให้เป็นที่ประจักษ์
2.4.1 ยกย่องเชิดชูเกียรติที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม
    ๑) กิจกรรมการมอบ
ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สูงอายุ
ดีเด่น
2.4.2 ยกย่องเชิดชูเกียรติที่ให้ความช่วยเหลือกิจการสาธารณะของท้องถิ่น
    ๑) กิจก
Word Document แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตสี่ปี .docx   ขนาดไฟล์ 84.42 KB