นายดอนเดช กลางประพันธ์
นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเป้า
คู่มือหรือมาตราฐานการปฏิบัติงาน
 
คู่มือกำหนดมาตรฐานปฏิบัติงาน
จัดเก็บรายได้
ประจำปีงบประมาณ ๒๕60
 
เทศบาลตำบลบ้านเป้า
อำเภอหนองสูง  จังหวัดมุกดาหาร
คำนำ
 
การปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บภาษีและการพัฒนารายได้ ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง เพื่อ ให้การบริหารการจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีระบบ  ป้องการสูญเสียเงินรายได้  เพื่อรักษาทรัพย์สินและ  ผลประโยชน์ของทางราชการ  ขจัดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างโปร่งใสมีประสิทธิภาพ
เพื่อเป็นการพัฒนาการบริหารด้านการจัดเก็บภาษี กำกับ ดูแล การตรวจสอบรายได้ เทศบาลตำบลบ้านเป้าเป็นการกำกับดูแล  ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการไปอย่างสมบูรณ์ทุกขั้นตอน ตลอดจนสนับสนุนส่งเสริมให้มีการนำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมให้กับบุคลากร เป็นการตรวจสอบภายในตัวเอง ป้องกันการผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการปฏิบัติงาน
งานจัดเก็บรายได้ กองคลัง เทศบาลตำบลบ้านเป้า  จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนการจัดเก็บภาษีและการพัฒนารายได้ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕9 ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บภาษีมีแนวทางในการปฏิบัติงานด้านจัดเก็บรายได้ที่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ หนังสือสั่งการก่อนลงมือปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสอดคล้องแนวทางในการปฏิบัติงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ สู่กระบวนการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี
 
 
 
                                                                                                             จัดทำโดย
                                                                                               งานจัดเก็บรายได้ กองคลัง
                                                                               เทศบาลตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร
                                           ปีงบประมาณ ๒๕60
 
 
 
แผนการจัดเก็บภาษีและพัฒนารายได้ ประจำปีงบประมาณ ๒๕60
งานจัดเก็บรายได้ กองคลัง
เทศบาลตำบลบ้านเป้า   อำเภอหนองสูง   จังหวัดมุกดาหาร
หลักการและเหตุผล
การบริหารการจัดเก็บภาษี เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการบริหารจัดการด้านการจัดเก็บภาษี และการพัฒนารายได้เป็นไปอย่างถูกต้องย่อมสะท้อนให้เห็นว่า เทศลาลตำบลบ้านเป้ามีประสิทธิภาพในการบริหารงาน การที่จะปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บรายได้อย่างถูกต้องนั้นจะต้องถือปฏิบัติตามระเบียบและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การรวบรวม เรียบเรียง เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมหรือความพยายามในการจัดเก็บภาษี ประจำปีงบประมาณ
๒๕60 ของเทศบาลตำบลบ้านเป้า  เพื่อให้บุคลากรของเทศบาลได้มีกรอบ แนวทางในการปฏิบัติงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์สู่กระบวนการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทุกกระบวนการของการปฏิบัติราชการ เพื่อสังคมอยู่ดีมีสุข
การปฏิบัติงานมีหลักการปฏิบัติราชการ ๓ ด้าน ด้านแรก เข้าใจระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ
หนังสือสั่งการ ก่อนการลงมือปฏิบัติงาน ด้านที่สอง ต้องเข้าถึงหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติราชการ และด้านที่สาม ต้องพัฒนาคน พัฒนาตนและพัฒนากลไกการปฏิบัติงานให้สามารถดำเนินการควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ
ดังนั้น เพื่อให้การจัดเก็บภาษีทุกประเภทดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยถูกต้อง ทันตามเวลาและเก็บรายได้ให้มีประสิทธิภาพ เทศบาลตำบลบ้านเป้า  จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บรายได้ประจำปีงบประมาณ ๒๕60 ขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายสูงสุด
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นการพัฒนาปรับปรุงระบบการตรวจสอบ กำกับดูแล การบริหารจัดการด้านการจัดเก็บภาษี และพัฒนารายได้
๒. เพื่อให้องค์กรมีรายได้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถนำงบประมาณมาพัฒนาตำบลได้มากขึ้น
๓. เพื่อให้การปฏิบัติการจัดเก็บรายได้สอดคล้องกับแนวทางการจัดการบ้านเมืองที่ดี
๔.เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตนด้วยการให้ความร่วมมือในการชำระภาษี
ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป้าหมาย
๑. การจัดเก็บรายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดความรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม
๒. การจัดเก็บรายได้ของเทศบาลได้ครบถ้วน
๓. ประชาชนพึงพอใจในการให้บริการและพึงพอใจในการชำระภาษี
วิธีดำเนินงาน
๑. ขั้นการเตรียมการ
- สำรวจและจัดเตรียมแบบพิมพ์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน จัดทำประกาศ และออกหนังสือแจ้งเวียน
ให้ผู้เสียภาษีทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้ยื่น แบบพิมพ์ภายในเวลากำหนด
๒. ขั้นการดำเนินงาน
- จัดทำประกาศ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
- แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน
- ออกหนังสือแจ้งให้ผู้อยู่ในข่ายต้องเสียภาษี ยื่น แบบแสดงรายการทรัพย์สิน
- จัดทำแผ่นพับและจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์
๓. หลักการดำเนินการ
- ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนการจัดการและแผนปฏิบัติงานการจัดเก็บภาษี
ระยะเวลาดำเนินการ
ตั้งแต่วันที่  ๑ ตุลาคม ๒๕59 – ๓๐ กันยายน ๒๕60
ผู้รับผิดชอบแผนการจัดเก็บรายได้
นางสมพร  กลางประพันธ์  เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้  เทศบาลตำบลบ้านเป้า
งบประมาณ
ใช้จ่ายจากเทศบาลตำบลบ้านเป้า  ปีงบประมาณ 2560
ผลทีคาดว่าจะได้รับ
๑. การจัดเก็บรายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดความรวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม
๒. การจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลบ้านเป้า ได้ครบถ้วน
๓. ประชาชนพึงพอใจในการให้บริการและพึงพอใจในการชำระภาษี
ภาษีบำรุงท้องที่   (กำหนดระยะเวลาชำระภาษี เดือนมกราคม – เมษายน ของทุกปี)
หมายถึง ภาษีที่เก็บจากเจ้าของที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่โดยเจ้าของที่ดินที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลบ้านเป้า  ให้ไปยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (แบบ ภบท.๕) ที่เทศบาลตำบลบ้านเป้า ภายในเดือนมกราคมปี
แรก ที่มีการตีราคาปานกลางที่ดิน และทุกๆ ๔ ปี จะมีการยื่น แบบแสดงรายการที่ดิน และประเมินใหม่ และชำระภาษีภายในเดือน มกราคม – เมษายน ของทุกปี
กรณีเป็นเจ้าของที่ดินใหม่ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนที่ดินจะต้องยื่น แบบแสดงรายการภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ การเปลี่ยนแปลง
ผู้มีหน้าที่ เสียภาษีบำรุงท้องที่
ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินในวันที่ ๑ มกราคมของปีใด มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ในปีนั้นและตลอดไปจนกว่าจะเปลี่ยนเจ้าของ
กำหนดระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่
ให้เจ้าของที่ดินซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ยื่น แบบแสดงรายการที่ดิน (ภบท.๕) ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านเป้า ภายในเดือนมกราคมของปีแรกที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดิน  แบบแสดงรายการที่ได้ยื่น ไว้นั้นใช้ได้ทุกปีในรอบระยะเวลา ๔ ปีนั้น
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงเพื่อ ชำระภาษีบำรุงท้องที่
๑. บัตรประจำตัวประชาชน
๒. ใบเสร็จรับเงินปีที่ผ่านมา (ในกรณีที่ได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่มาแล้ว)
๓. สำเนาทะเบียนบ้าน
๔. หลักฐานที่แสดงถึงการเป็นของที่ดิน เช่น โฉนด,น.ส.๓.,ส.ป.ก.4-01, น.ค.,น.ส.3ก
๕. หนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนบริษัท
๖. หนังสือมอบอำนาจกรณีที่ให้ผู้อื่นมาทำการแทน
กรณีที่เป็นการเสียภาษีในปีที่ไม่ใช่ปีที่ยื่นแบบ ภบท.๕ ท่อนที่มอบให้เจ้าของที่ดินหรือใบเสร็จรับเงินค่าภาษีปีสุดท้ายมาด้วย
ขั้นตอนการชำระภาษีบำรุงท้องที่
๑. การยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน กรณีผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการตีราคาปานกลางที่ดิน
- ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือเจ้าของที่ดินยื่น แบบแสดงรายการที่ดิน (ภบท.5) พร้อมด้วยหลักฐานที่ต้องใช้ต่อเจ้าหน้าที่พนักงานประเมินภายในเดือนมกราคมของปีที่มีการประเมินราคาปานกลางของที่ดิน
- เจ้าพนักงานประเมินจะทำการตรวจสอบและคำนวณค่าภาษีแล้วแจ้งการประเมิน(ภบท.๙)  หรือ ภบท.๑๐) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือเจ้าของที่ดินทราบว่าจะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเงินเท่าใดภายในเดือนมีนาคม
- ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือเจ้าของที่ดินจะต้องเสียภาษีภายในเดือนเมษายนของทุกปี เว้นแต่กรณีที่ได้รับใบแจ้งใบประเมินหลังเดือนมีนาคม ต้องชำระภายใน๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
๒. การยื่นแบบแสดงรายการ ที่ดิน กรณีเป็นเจ้าของที่ดินรายใหม่หรือจำนวนเนื้อที่ดินเดิมเปลี่ยนแปลงไป
- เจ้าของที่ดินที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเนื้อที่ดินหรือเป็นผู้ได้รับโอนที่ดินขึ้นใหม่ต้องยื่น แบบแสดงรายการที่ดินหรือยื่น  คำร้องขอเปลี่ยนแปลงจำนวนที่ ดินต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับโอนหรือมีการเปลี่ยนแปลงโดยให้แบบ ภบท.๕ หรือ ภบท.๘ แล้วแต่กรณี
- เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแบบแล้ว จะออกใบรับไว้ให้เป็นหลักฐาน
- เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบว่าจะต้องเสียภาษีในปีต่อไปจำนวนเท่าใด
๓. การยื่น แบบแสดงรายการที่ดินกรณีเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินอันเป็นเหตุให้การลดหย่อนเปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุอย่างอื่นทำให้อัตราภาษีบำรุงท้องที่เปลี่ยนแปลงไป
- เจ้าของที่ดินยื่น คำร้องตามแบบ ภบท.๘ พร้อมด้วยหลักฐานที่ต้องใช้ต่อเจ้าพนักงานประเมิน
ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน
- เจ้าพนักงานประเมินจะออกใบรับให้
- เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบว่าจะต้องเสียภาษีในปีต่อไปจำนวนเท่าใด
- การขอชำระภาษีบำรุงท้องที่ในปีถัดไปจากปีที่มีการประเมินราคาปานกลางของที่ดินให้ผู้รับ    ประเมินนำใบเสร็จรับเงินของปีก่อนพร้อมกับเงินไปชำระภายในเดือนเมษายนของทุกปี
เงินเพิ่ม เจ้าของที่ดินผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ต้องเสียเงินเพิ่มในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้
๑. ไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินภายในกำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษีบำรุง
ท้องที่เว้นแต่กรณีเจ้าของที่ดินได้ยื่น แบบแสดงรายการที่ดินก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินจะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ  ของค่าภาษีบำรุงท้องที่
๒. ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินโดยไม่ถูกต้องทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ลด
น้อยลง ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษีบำรุงท้องที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีที่
เจ้าของที่ดินได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการที่ดินให้ถูกต้องก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมิน
๓. ชี้เขตแจ้งจำนวนที่ดินไม่ถูกต้องต่อเจ้าพนักงานสำรวจ โดยทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษี
บำรุงท้องที่ ลดน้อยลงให้เสียภาษีเงินเพิ่มอีก ๑ เท่า ของภาษีบำรุงท้องที่ประเมินเพิ่มเติม
๔. ไม่ชำระภาษีบำรุงท้องที่ภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๒๔ ต่อปีของจำนวน
เงินที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน และไม่นำเงินเพิ่มเติมตามข้อ ๑ – ข้อ ๔ มารวมคำนวณด้วย
บทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่
๑. ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำ
พยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
๒. ผู้ใดจงใจไม่มาหรือยอมชี้ หรือไม่ยอมแจ้งจำนวนเนื้อที่ดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑
เดือน หรือ ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
๓. ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง ของเจ้าพนักงานซึ่งสั่ง ให้มาให้ถ้อยคำหรือส่งบัญชีหรือเอกสารมาตรวจสอบ
หรือสั่ง ให้ปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดภาษีบำรุงท้องที่ ค้างชำระหรือไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสารอันควรแก่เรื่องมาแสดงตามหนังสือเรียก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือ ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
การอุทธรณ์
ถ้าเจ้าของที่ ดินไม่เห็นพ้องด้วยกับราคาปานกลางที่ดิน หรือไม่ได้รับแจ้งการประเมินภาษีบำรุงท้องที่แล้ว เห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ โดยอุทธรณ์ผ่านเจ้าพนักงานประเมินภายใน ๓๐วัน นับแต่วันที่ประกาศราคาปานกลางของที่ดินหรือวันที่ได้รับแจ้งประเมินแล้วแต่กรณี  การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีบำรุงท้องที่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ขอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาของศาล  ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดต่อศาลภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งวินิจฉัยอุทธรณ์
การขอคืนภาษีบำรุงท้องที่
ผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินกว่าที่ควรจะต้องเสียผู้นั้นมีสิทธิขอรับคืนภายใน ๑ ปี ได้โดยยื่น คำร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เสียภาษีบำรุงท้องที่
 
ระยะเวลาดำเนินงาน
ภาษีบำรุงท้องที่  กรณีรายใหม่     10  นาที/ 1  ราย
                        กรณีรายเก่า       5   นาที/ 1  ราย
 
            ๒ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ( กำหนดระยะเวลาในการยื่น แบบชำระภาษี เดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ ของทุกปี)
หมายถึง ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ กับที่ดินใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน  ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ตึก อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ในเขตเทศบาลตำบลบ้านเป้า ซึ่งหาผลประโยชน์ โดยใช้เป็นสถานประกอบการพาณิชย์ต่างๆ ให้เช่าหรือให้ผู้อื่นอยู่อาศัยในข่ายต้องชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินกับเทศบาลตำบลบ้านเป้า
กำหนดระยะเวลายื่น  แบบแสดงรายการเพื่อ  เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เจ้าของทรัพย์สินยื่น แบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภรด.๒) ณ สำนักงาน
เทศบาลตำบลบ้านเป้า ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
๑. สำเนาโฉนดที่ดิน /น.ส.๓ / น.ส.๓.ก /สปก. หรือเอกสารสิทธิ์อื่นๆ
๒. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีหน้าที่เสียภาษี
๓. สำเนาทะเบียนบ้าน
๔. ทะเบียนการค้า, ทะเบียนพาณิชย์
๕. ใบเสร็จรับเงินของปีที่ล่วงมาแล้ว
๖. หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นทำการแทน
๗. แผนที่ตั้งของโรงเรือนและที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่เสียภาษี
ขั้นตอนการชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน
๑. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและ
ที่ดิน (ภรด.๒) พร้อมด้วยหลักฐาน ณ สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเป้า ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
๒. พนักงานเจ้าหน้าที่ จะทำการตรวจสอบความสมบูรณ์แบบแสดงรายการภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภรด.2)
๓. เจ้าหน้าที่ประเมิน ประเมินค่ารายปีและค่าภาษีที่ต้องเสีย
๔. พนักงานเก็บภาษีแจ้งการประเมิน (ภรด.๘) ให้ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีทราบว่าจะต้องเสียภาษี
เป็นจำนวนเงินเท่าใด
๕. ผู้มีหน้าที่ เสียภาษีเมื่อได้รับแจ้งการประเมินแล้วจะต้องนำเงินค่าภาษีไปชำระภายใน ๓๐วัน
นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน มิฉะนั้นต้องเสียเงินเพิ่ม
อัตราค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน
๑. ผู้รับประเมินชำระภาษีปีละครั้งตามค่ารายปี
๒. อัตราร้อยละ ๑๒.๕ ของค่ารายปี
เงินเพิ่มภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน เมื่อได้รับแจ้งการประเมินแล้วจะต้องนำเงินค่าภาษีต้องไปชำระภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันถัดจากที่ได้รับแจ้งประเมินมิฉะนั้นต้องเสียเงินเพิ่ม
๑. ชำระไม่เกิน ๑ เดือน นับแต่วันพ้นกำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๒.๕ ของค่าภาษีค้าง
๒. ชำระไม่เกิน ๒ เดือน แต่ไม่เกิน ๒ เดือน ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๕ ของค่าภาษีค้าง
๓. ชำระไม่เกิน ๓ เดือน แต่ไม่เกิน ๓ เดือน ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๗.๕ ของค่าภาษีค้าง
๔. ชำระไม่เกิน ๔ เดือน แต่ไม่เกิน ๔ เดือน ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑๐ ของค่าภาษีค้าง
 
 
 
การชำระค่าปรับ
ผู้ใดไม่ยื่น แบบแสดงรายการชำระภาษีต่อเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
๒๐๐ บาท
บทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและทีดิน
๑. ผู้ใดละเลยไม่แสดงข้อความในแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการทรัพย์สินตามความเป็นจริงตามความรู้เห็นของตนให้ครบถ้วน และรับรองความถูกต้องของข้อความดังกล่าวพร้อมทั้งลงวันที่ เดือน ปี และลายมือชื่อของตนกำกับไว้ เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
๒. ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่แจ้งรายการเพิ่มเติมราย
ละเอียด ไม่นำพยานหลักฐานมาแสดงหรือไม่ตอบคำถามเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถาม  หรือไม่ตอบคำถาม
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถามผู้รับประเมินในเรื่องใบแจ้งรายการ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
๓. ผู้ใดยื่น ข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือจัดหาทางให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของตนตามที่ควรหรือโดยความเป็นเท็จ โดยเจตนาละเลย โดยฉ้อโกงโดยอุบาย โดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดทั้งสิ้นหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของตนตามที่ควรก็ดี ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน๕๐๐บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การอุทธรณ์ภาษีโรงเรือนและทีดิน
เมื่อผู้เสียภาษีได้รับแจ้งการประเมินแล้ว ไม่พอใจในการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเห็นว่าค่าภาษีสูงเกินไป หรือประเมินไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ คณะผู้บริหารท้องถิ่นตามแบบที่กำหนด (ภรด.๙)  ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน และเมื่อได้รับแจ้งผลชี้ขาดแล้วยังไม่เป็นที่พอ
ใจก็มีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลได้ภายใน  ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาด
ระยะเวลาดำเนินงาน
            ภาษีโรงเรือนและที่ดิน    5  นาที/ 1  ราย
 
ภาษีป้าย (กำหนดระยะเวลาในการยื่นแบบชำระภาษีป้าย เดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี)
หมายถึง ป้ายที่แสดงชื่อยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ หรือโฆษณาการค้า หรือกิจการอื่น เพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดง หรือ โฆษณาไว้ที่วัตถุใดๆ ด้วยอักษร ภาพหรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย
๑. เจ้าของป้าย
๒. ในกรณีที่ไม่มีผู้ยื่น แบบแสดงรายการภาษีป้าย หรือเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้เสียภาษีป้ายถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้าย
กำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีป้าย
๑. ให้เจ้าของหรือครอบครองป้าย ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายได้ที่เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้
ส่วนการคลัง เทศบาลตำบลบ้านเป้า   อำเภอหนองสูง  จังหวัดมุกดาหาร ภายในเดือนมกราคม -
มีนาคม ของทุกปี
๒. ผู้ใดติดตั้งป้ายอันต้องเสียภาษีหลังเดือนมีนาคมหรือติดตั้งป้ายใหม่แทนป้ายเดิมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นให้ยื่น แบบแสดงรายการภาษีป้าย ใหม่ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข
๓. ในกรณีที่มีการโอนย้าย(เปลี่ยนเจ้าของ) ให้ผู้รับโอนแจ้งการรับโอนเป็นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่
ของเทศบาลตำบลบ้านเป้า ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันรับโอน
 
 
 
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดงเพื่อเสียภาษีป้าย
๑. บัตรประจำตัวประชาชน
๒. ทะเบียนการค้า,ทะเบียนพาณิชย์
3ใบเสร็จรับเงินปีที่ผ่านมา (ในกรณีที่ ได้ชำระภาษีป้ายมาแล้ว)
๔. สำเนาทะเบียนบ้าน
๕. ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๖. หนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนบริษัท
๗. ใบอนุญาตติดตั้งป้ายหรือใบเสร็จรับเงินจากร้านทำป้าย
ขั้นตอนการชำระภาษีป้าย
๑. ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.1) พร้อมหลักฐาน
๒. ผู้เสียภาษีต้องมาชำระเงินค่าภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันได้แจ้งการประเมินมิฉะนั้นต้องเสียเงินเพิ่ม
อัตราภาษีป้าย
๑. ป้ายอักษรไทยล้วน ให้คิดอัตรา 3 บาท : 500 ตารางเซนติเมตร
๒. ป้ายอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ หรือปนกับภาพ หรือเครื่องหมายอื่นให้คิดอัตรา 20 บาท : 500 ตารางเซนติเมตร
๓. ป้ายต่อไปนี้ ให้คิดอัตรา 40 บาท: 500 ตารางเซนติเมตร
- ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพเครื่องหมายใดๆ หรือไม่
- ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
๔. ป้ายตาม 1,2,3 เมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้วถ้ามีอัตราที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท
ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท
๕. กรณีป้ายที่ติดตั้งปีแรก คิดภาษีเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน
- งวดที่ ๑ เริ่มตั้งแต่เดือน มกราคม - มีนาคม คิดภาษี ๑๐๐ %
- งวดที่ 2 เริ่มตั้งแต่เดือน เมษายน - มิถุนายน คิดภาษี ๗๕ %
- งวดที่ 3 เริ่มตั้งแต่เดือน กรกฎาคม - กันยายน คิดภาษี ๕๐ %
- งวดที่ 4 เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม - ธันวาคม คิดภาษี ๒๕ %
เงินเพิ่ม ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายจะต้องเสียเงินเพิ่มในกรณีและอัตราดังต่อไปนี้
๑. ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนดให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละสิบของค่าภาษีป้ายเว้นแต่กรณีเจ้าของป้ายได้ยื่น แบบแสดงรายการภาษีป้ายก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละห้าของค่าภาษี
๒. ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายโดยไม่ถูกต้องต้องทำจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้ายลดน้อยลงให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสิบของค่าภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีเจ้าของป้ายได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการภาษีป้ายให้ถูกต้องก่อนเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน
3. ไม่ชำระภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละสองต่อเดือนของค่าภาษีป้ายเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนทั้งนี้ไม่ให้นำเงินเพิ่มตามข้อ ๑ และ ข้อ ๒ มาคำนวณเป็นเงินเพิ่มตามข้อนี้ด้วย
 
บทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย
๑. ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือ ปรับตั้งแต่ ๕,๐๐๐บาท ถึง ๕๐,๐๐๐บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
๒. ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ถึง ๕๐,๐๐๐บาท
๑. ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้ายหรือไม่แสดงรายการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบกิจการ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท
๒. ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งให้มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่วนบัญชีหรือเอกสารเกี่ยวกับป้ายมาตรวจสอบภายในกำหนดเวลาอันสมควรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐บาท ถึง ๒๐,๐๐๐บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
การอุทธรณ์การประเมินภาษีป้าย
เมื่อผู้เสียภาษีได้แจ้งการประเมิน (ภป.๓) แล้วเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องมีสิทธิอุทธรณ์
การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ได้รับมอบหมาย โดยต้องยื่น อุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน นับแต่ที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของผู้บริหารท้องถิ่นต่อศาลภายใน ๓๐ วันนับแต่วันรับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
การขอคืนเงินภาษีป้าย
ผู้เสียภาษีป้ายโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีหรือเสียเกินกว่าที่ควรจะต้องเสีย ผู้นั้นมีสิทธิขอรับเงินคืนได้โดยยื่น คำร้องขอคืนภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่เสียภาษีป้ายแบบ ๑
ระยะเวลาดำเนินการภาษีป้าย    5 นาที/ 1 ราย
 
แผนปฏิบัติการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประจำปี ๒๕60
เทศบาลตำบลบ้านเป้า   อำเภอหนองสูง   จังหวัดมุกดาหาร
แยกปฏิบัติตามห้วงเวลา
กันยายน - คัดลอกบัญชีผู้ที่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีในปีงบประมาณจัดเก็บ จาก ผ.ท. ๕
- ประชาสัมพันธ์เรื่องการเสียภาษี
ตุลาคม - สำรวจ, เตรียมแบบพิมพ์ต่าง ๆ
ธันวาคม - ออกหนังสือเวียนแจ้งผู้เสียภาษีให้ทราบล่วงหน้า
มกราคม – กุมภาพันธ์ - รับแบบ ภ.ร.ด.๒ (ลงทะเบียนเลขที่รับ) ตรวจสอบความถูกต้อง
- ประเมินค่ารายปี / แจ้งผลการประเมิน/รับชำระภาษี
มีนาคม – พฤษภาคม - ประเมินค่ารายปี และแจ้งผลการประเมินตามแบบ ภ.ร.ด. ๘ (ลงทะเบียน)
- รับคำร้องอุทธรณ์ตามแบบ ภ.ร.ด. ๙ (ลงทะเบียนเลขที่รับ)/ พิจารณาคำร้องแจ้งผลการชี้ขาด
- รับชำระค่าภาษี (ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน)
- ออกหนังสือแจ้งเตือนกรณีผู้ไม่ยื่นแบบ ภ.ร.ด ๒ ภายในกำหนด ( ๒ ครั้ง )
- แจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้ไม่มายื่นแบบ ภ.ร.ด ๒ ภายในกำหนด (ส่งให้นิติกร)ตาม ม.๔๖หรือม.๔๘(ข)
มิถุนายน – สิงหาคม - สำรวจบัญชีผู้ค้างชำระภาษีปัจจุบัน
- รับชำระภาษี กรณีผู้เสียภาษีชำระเกินกำหนดเวลา (มีเงินเพิ่ม)
- มีหนังสือแจ้งเตือนกรณีผู้ไม่มาชำระภาษีภายในกำหนดเวลา (๓ ครั้ง)
- ออกตรวจสอบ / ไปพบผู้ค้างชำระภาษี
กันยายน - มีหนังสือแจ้งเตือนว่าจะดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สิน (นิติกร) ตาม ม.๔๔
- รับชำระภาษีและเงินเพิ่ม
ตุลาคม - มีคำสั่งยึด อายัด เพื่อขายทอดตลาดทรัพย์สิน 

แผนปฏิบัติงานการจัดเก็บภาษีป้าย ประจำปี ๒๕60
เทศบาลตำบลบ้านเป้า   อำเภอหนองสูง  จังหวัดมุกดาหาร
แยกปฏิบัติตามขั้นตอนของกิจกรรม
ขั้นเตรียมการ
๑. ตรวจสอบและคัดลอกรายชื่อผู้อยู่ในเกณฑ์ เสียภาษีในปีงบประมาณ (บัญชีลูกหนี้ตามเกณฑ์ค้างรับ)  เดือน กันยายน
 
๒. สำรวจและจัดเตรียมแบบพิมพ์ต่างๆ เดือนตุลาคม
๓. ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนและวิธีการเสียภาษี เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
๔. จัดทำหนังสือแจ้งให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบ เพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.๑) เดือนธันวาคม
ขั้นดำเนินการจัดเก็บ
๑. กรณีมีป้ายก่อนเดือนมีนาคม
- รับแบบ ภ.ป.๑ และตรวจสอบความถูกต้อง มกราคม-มีนาคม
- ประเมินค่าภาษีและมีหนังสือแจ้งผลการประเมิน (ภ.ป.๓)  เดือนมกราคม-เมษายน
๒. กรณีป้ายหลังเดือนมีนาคม
- รับแบบ ภ.ป.๑ และตรวจสอบความถูกต้อง เดือนเมษายน-ธันวาคม
- ประเมินค่าภาษีและมีหนังสือแจ้งผลการประเมิน (ภ.ป.๓)   เดือนเมษายน-ธันวาคม
๓. การชำระค่าภาษี
กรณีปกติ
- รับชำระภาษี (ชำระในว